เราเกิดเป็นลูกคนกลาง เลยมักจะเจออะไรที่ลูกคนกลางหลายๆคนเจอคือ พ่อแม่ ลำเอียง ถึงคุณจะเถียงว่าไม่ใช่ ครอบครัวแต่ละครอบครัวมันไม่เหมือนกันนะ  

เรื่องมันมีอยู่ว่า พ่อและแม่เรา ตามใจพี่ชายและน้องสาวเราจนเสียคน แต่กับเราเขาอ้างว่าดูแลตัวเองได้ รู้รับผิดชอบชั่วดี เลยไม่ต้องใส่ใจมาก

พี่ชายไปอเมริกา อายุ 25 ปี ไม่ได้ทำงาน ไม่ได้เรียน ไปอยู่กับแฟน นอกนั้นเราไม่รู้แม่เล่าเท่านี้

แต่ไอเมการอบที่2 นี้ไปอยู่กับแฟน แฟนออกค่าเครื่องบินให้ และอยู่กับแฟน แม่บอกว่าเอาเงินเดือนให้มันที่อเมริกาเดือน ละ 6000 บาท

คุณจะเชื่อไหม?? ละว่าเงินแค่นั้นจะอยู่ได้ ไม่แฟนมันก็รวยมากกกละกัน แต่เวลามีอะไรที่บ้านพี่ชาย ก็จะไม่สนใจว่ามีอะไรเกิดขึ้น ก็จะอยู่แต่ในห้อง ทำตัวเหมือนจะเป็นโอตาคุ แต่อย่างน้อยพวกโอตาคุ ยังเก่งคอม เก่งเรื่องการ์ตูน แต่มันแค่รู้งูๆปลาๆ  เที่ยวกลางคืทุกวัน ตื่นเที่ยง แล้วก็หายไปทั้งวัน กลับมาบ้านนอน ใครจะเป็นตายอะไร กูไม่รับรู้

น้องสาว เป็นคนสวย เปรี้ยวรวยเสน่ห์ มีแต่คนชอบ อัธยาศัยดีเฉพาะ คนนอกบ้าน และพี่ชายมัน

เราเป็นพี่สาวมันก็เหมือนเป็นธาตุากาศ ที่มองไม่เห็น แค่เตือนว่าปิดประตูบ้านด้วยเดี๋ยวหมาออก มันก็แกล้งเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ และก็ไม่พูดกับเรา

เธอบอกว่าเธอไม่มีเพื่อนคบ แต่เธอเที่ยวกลางคืนทุกวัน อายุ21ยังเรียนอยู่ ปี2 เพราะโดนออกจาก มหาวิทยาลัย ดังแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ คณะเศษฐศาสตร์ภาคพิเศษ แล้วยังมีใจจะเรียนอยู่แม่เลยเอาเข้า

มาอยู่ มหาลัยเอกชนแถวคาฟูร์ การโรงแรม แต่เธอไปเรียนมั่งไม่เรียนมั่ง แล้วก็บ่นไม่มีเพื่อน การบ้านก็จ้างลูกคนงานในบ้านทำ จะกิน จะนอน ต้องใหแม่เตรียมไว้ให้หมด ถ้าคุณเคยอ่านเรื่องหลังๆที่เธอหนีไปฮ่องกงที่เคยเขียนไว้คงเข้าใจอะไรง่ายขึ้น

พอเธอกลับมาจากฮ่องกง เธอก็เริ่มก่อเรื่อง เอาผู้ชายเข้าบ้านตอนกลางคืน เวลา ตี 2-3 หรือ ตี 4-5 แล้วไม่ซ้ำหน้า

แถมไม่สนใจว่าผู้ชายที่เข้ามาจะดีไม่ดี จะทำร้ายเรากับแม่หรอไม่ พ่อเราทำงานอยู่ปาย งานยุ่งมาก ไม่มีเวลาจะมาดูแลบ้าน เราอยู่กัน 3  คนผู้หญิงในบ้าน

แล้วที่น้องสาวเราทำถูกไหม แม่เรายังทำเป็นเรื่องปกติธรรมดา เรารับไม่ได้มันน่ากลัว วันดีคืนดีถ้าไอนั้นมันเข้ามาทำร้ายเรากับแม่ใครจะช่วยเราได้ ใครจะรับผิดชอบ

แล้วเรื่องที่เราออกจากบ้านมันเกิดจาก มันเอาผูชายที่ไหนไม่รู้เข้ามาในห้องทำงานเรา แล้วแม่เราก็บอกแค่ว่ามันเป็นใหม่น้องสาวเรา แล้วมันมานอนรอเอาน้องสาวเราไปลงทะเบียนเรียนที่เขาปิดไปตั้งแต่ อาทิตย์ที่แล้ว

เราโมโห จะเอาของก็ไม่ได้ จะทำงานก็ไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้รอแต่ไอผู้ชายคนนั้นจะตื่น

 พอเราหงุดหงิด เราอาจจะดูกระวนกระวายมากไป แต่เราพูดอะไรไม่ออกก็แม่มันไม่ช่วย ไม่ฟัง เพราะแม่เป็นคนเชิญมันเข้ามา เราว่าอะไรไม่ได้

จนไอผู้ชายคนนั้นออกมานั้งที่โต๊ะกินข้าวกับน้องสาวเรา หน้าตาเหมือนคนอายุ  40 กว่าปี

เราโมโห ของเราอยู่ในนั้นเจิมันมานั้งกินข้าวกระหนุงกระหนิง ไม่สนใจเรา เรายิ่งโมโห เราโกรธมากๆๆเพราะความเก็บกดตั้งแต่เรื่งน้องสาวที่มันหนีไปฮ่องกง 

เลยอะลาวาท แบบว่าของพังเป็นแถบ แต่ไอผู้ชายนั้นทำเหมือนไม่สนใจพร้อมกับอีน้องสาว

พี่กบเข้ามาแล้วบอกว่าพี่ออกไปก่อนครับ จะดีกว่าตอนนี้มันสถานการ์ณไม่ดี มันกลับพูดใส่พี่กบว่า

"มึงเป็นใคร รู้ไหมผมเป็นใคร " พี่กบตอบ"ไม่รู้"

มันก็บอกว่า "ผมเป็นเจ้าของแฟ....(คลับแห่งหนึ่งในเชียงใหม่)" พี่กบก็บอกว่าแล้วไง"ผมเป็นคนในบ้านนี้"

เรานึกในใจ

 

  1. นี้บ้านคนไม่ใช่ร้านมัน
  2. มันพึ่งเป็นผัวน้องสาวเรา
  3. กลางวันเวลาเที่ยงพอดีไม่ใช่กลางคืน
  4. มันเป็นคนมีอายุแล้วนะไม่รุ้จักมารยาทหรือแถมทำตัวกร่างในบ้านคนอื่น
  5. เราไม่เคยกินเหล้าเลยไม่สนใจ มันเพราะไม่ได้ขอมันกิน 
  6. เป็นเจ้าของแฟ......แล้วมันมายุ่งอะไรเรื่องคนอื่น(แล้วเอาชื่อร้านตัวเองมาอ้างกับเรื่องแค่นี้ไม่อายเด็กเสริฟในร้านหรือ)
  7. ถ้ามันเป็นลูกผู้ชายจริงก็ต้องนั่งรอข้างนอกบ้านเหมือนสุภาพบุรุษทั่วไปที่ควรจะทำ
  8. ไม่ให้เกรียติผู้หญิง

 

เราเลยด่ากราดใส่ ว่าแล้ยังไง คุณไม่รู้จักมรายาทหรือ นั่งรอข้างนอกไม่ได้หรือไง มันถ้าจะเสียหน้าเลยเดินออกไปเลย

เราไม่สนหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น หน้าที่ของเราคือดูแลบ้าน ดูแล แม่ แทนพ่อในเวลาที่พ่อไม่อยู่เท่านั้น แต่มันเกิดเรื่องแบบนี้มา แล้วที่เราทำมันผิดไหม? 

แล้วอีน้องสาวก็พูดใส่หน้าแฟนเราว่า "ทำอะไรไว้รับผิดชอบด้วย"  เราเลยจิกหัวมัน แม่และคนงานก็ตกใจพยายามแยกเราออกมาจากน้อง เราก็ไม่ปล่อยมันบิดไปมา แต่หนีไม่ได้เลยถีบมันแต่มือเราเหียวเลยมือยังติดอยุ่ที่หัวมัน

เราเลนสอยมันคืนจนเห็นเลือดออกจากตัวมันเลยปล่อย มันเหมือนสะใจ แต่เราไม่สะใจ เรื่องอย่างนี้แม่ยังไม่เคยจะทำใส่มัน เราทำปับ เสียงชาวบ้านเริ่มด่าเรา ว่าหาเรื่อง ทำเป็นตะวาตเสียงดัง  และด่าเราต่างๆนาๆ เราเลยทำของพังเรื่อยๆ หน้าต่างแตก จานแตก เก้าอี้พัง

พอแม่จับอีน้องสาวเราได้ก็แยกออกไป เราเลยเริ่มด่าตั้งแต่ยาย ป้าเลขา ที่คอยแอบด่าเรา แล้วเล่าเรื่องต่างๆทีไม่เคยรู้ให้มันฟังทั้งหัวดำ หัวขาว

 

แน่นอนมันบาป แต่เขาไม่รูอะไรเลยแล้วมาด่าเราใช่เรื่องไหม เราบอกว่าเราไม่อดทนแล้ว เราเก็บข้าวของออกมา

จากบ้านได้  2-3 แล้ว แม่โทรตามเราตลอกเราไม่รับเลย จนเขากลั้นใจโทรหาพี่กบทั้งๆที่ไม่ชอบพี่กบเลย

พี่กบจำเป็นต้องรับ แต่ไม่อยากใจอ่อนแล้ว เราเอาหมาออกมาด้วย แต่เราหาบ้านเช่าไม่ได้เลย มีแต่ราคาแพงและเปิดเป็นร้านไม่ได้เลย เรามาอาศัยอยู่บ้านคนรู้จัก แต่ก็เกรงใจเขามากเพราะหมาเราก็รุงรังมากมาย

เราก็ไม่รู้จะทำยังไงพี่กบบอกว่าวันนี้ลองกลับไปบ้านดีไหม ไปเจราจากับแม่ดูว่าจะทำยังไง

 ถ้ายังเป็นแบบเดิมเราก็ออกมาอีก แต่ปัญหามันอยู่ที่ลูกหมาของเราไม่มีที่เอาไว้ เรากะจะไม่กลับไปอีกแต่ชูก้าก็ไปด้วยไม่ได้เราต้องกลับเจราจา ในเย็นวันนี้ เราทำตัวไม่ถูก

พี่กบบอกว่า น้องสาวเราพูดกับแม่เราว่า "พี่เอ้อมันรักบ้านเดียวกับกลับมาเอง"  เรายิ่งช้ำใจยิ่งเจ้บใจ

เหมือนไปไม่รอดตามที่มันพูด เราจะยังไงดี เราอยู่ข้างนอกมีความสุขมากกว่าเราไม่อยากไปบ้านแต่เรามีลูกหมาที่เป็นภาระ ยิ่งสลัดไม่หลุด แต่ที่แน่ถ้ากลับไปแล้วเป็นเหมือนเดิม แถมจะมีอะไรไม่รู้ตามมาอีก

ถ้าเราโดนบรรดาผัวใหม่ๆของน้องสาว  มาทำอะไร เรากับพี่กบ เราจะทำยังไงดี

เพราะน้องสาวเราชอบคบบรรดาเสี่ยๆแก่ คนมีอิิธิพล เรื่องกลางคืน

แต่เราทำงานกลางวันหากินสุจริต ไม่ได้ทำร้ายใคร ทำไมมันต้องมาทำร้ายเราทั้งทางตรงและทางอ้อม 

เพราะสิ่งที่เราทำคงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แน่นอนเราไม่อยากไปเจอหน้ามันเลยเรากลัวคุมอารมณ์ไม่อยู่

 เราก็ขอเป็นคนเลวที่สุดแล้วกันเพราะ น้องสาวเราเป็นางฟ้าสำหรับทุกๆคนบนโลกใบนี้

แต่ที่แน่ๆเราเป็นคนไม่หลอกตัวเองและไม่หลอกคนอื่น

เราไม่ทำร้ายใครโดยไม่จำเป็น 

 

เราไม่ใช่พระพุทธเจ้า ไม่สมารถสั่งสอนใครได้ ไม่สามารถละซึ่งเรื่องจริงในชีวิต ไม่สามาถอดทนอดกลั้นได้

เราคือมนุษย์ปุถุชนธรรมาดา เราเอาธรรมะมาแก้เรื่องแบบนี้ไมได้ เพราะคนที่เราต่อสู้อยู่คือคนบ้า

ไม่ฟังเหตุผล ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี หรือบัวใต้โคลนดีๆนี้เอง 



edit @ 7 Nov 2009 17:46:38 by Chocola Studio love to eat ....อาหารคือความสุขที่ซื้อได้......

หลังจากเธอกลับมาจากฮ่องกงได้ซัก 1 กับอีกครึ่งคืน เราสะดุ้งตื่นมาตอนตี 5 เพราะปวดฉี่ แลพอเปิดประตูน้องหมาของเราก็หลุดออกไป ระหว่างที่ไปฉี่ ได้ยินเสียงแม่ข้่งล่าง และกำลังจะไปเก็บหมามานอนด้วยต่อ เพราะอีน้องสาวเราชอบเปิดประตูทิ้งไว้ กลัวหมาจะหลุดออกไปไปเพราะฮัสกี้รู้ๆอยู่ชอบออกไปเที่ยว  เราเดินลงบันไดมาเจอแม่บอกว่าไอ

น้องสาวตัวแสบมันกำลังทะเลาะกับคนต่างชาติ ไล่ตีไล่ต่อยกันอยู่ซึงดูเป็นผู้ชายอายุน่าจะซัก30 กว่าๆแม่ตกใจ บวกกับการเป็นห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับมัน แต่เราบอกว่า "แฟนมันมั่ง" แล้วแม่ก็ยืนมองออกไปแล้วบอกให้น้องสาวเข้าบ้าน

เราก็เห็นมันเดินเข้ามาพร้อมกับว่าแม่ว่าเสือกอะไรด้วยเรื่องของกู สภาพเมาที่เรียกว่าสัดๆๆๆ ขอหยาบๆเลยละกัน

เพราะเราเกลียดมันมากๆ แม่ก้ไล่เราขึ้นไปนอนเราคว้าหมาเราได้แล้วเห็นอีน้องสาวเราจะเข้าบ้านแล้ว มันด่าแม่แล้วทำเป็นเมินเราเหมือนเป็นธาตุอากาศ เราพยายามไม่ใส่ใจเพราะไม่อยากยุ่งด้วย

เล่นขึ้นไปนอนได้ซักพัก แต่หมาตัวล้กของแม่มันเห่าไม่หยุด เราก็กังวัลว่ามันจะทะเลาะกับแม่อีกไหม???เลยเดินไปดูปรากฏว่า ไอผู้ชายชาวต่างชาติ มันพยายามจะเข้ามาในบ้าน  และพยามถามเราว่าอีน้องสาวเราไปตบตีเขาทำไมพร้อมกับโชว์ปากที่แตกให้เราดูเราก็เหวอ แล้วอีน้องสาวพูดภาษาอังกฤษแบบที่ว่าเก่งๆๆๆมากของคุณเธอ

ไอ มัส ทู ไรส์ .....ฉันถูกแกผิด แม่พยายามเอาน้ำให้กินเผื่อจะได้สร่างเมา มันทำแก้วแตก ไปชายต่างชาติก้พยายามก้บเศษแก้วที่แตก........แต่มันด่าแม่ว่ามายุ่งอะไร อย่าเสือกได้ไหม? มันเป็นสัตวืเลี้ยงเอิน

เราอึ้งกับคำพูดที่ออกมาจากปากมัน แต่ยิ่งแย่กว่านั้นอีน้องสาวเราเอาบัตรเครดิตเขาไป แถมพอเขาถามว่าทำเขาทำไม กิดอะไรขึ้นเขาผิดอะไร คุณพาผมมา ทำไม......

อีนั้นก็ตอบ แอม ไรส์ บี คอส ยู ทัส มี ...แล้วก็พยายามตบเขาอีกหลายๆครั้ง  แม่เรานะหรือ

ทำอะไรไม่ถูกปากพูดว่า ยุ โก โฮมๆ แค่........... อย่างเดียว เราก็พูดไม่เก่ง แต่พอฟังรู้เรื่องอยู่บ้าง

พยายามสื้อสารกับมัน แต่อีน้องสาวกวนส้นตีนไม่หยุดเอาบัตรเครดิตของผู้ชายคนนั้น ร่อนบินออกป แล้วให้เขาก้มเก็บเอง เราก็พยายามคุย ด้วยว่า อีคนหนึ่งก็บ้า และอีคนหนึ่ง(แม่)ทำอะไรไม่ถูก   แถมบ้านมีแต่ผู้หญิง เราเลย

โทรหาแฟนเรา แม่เราทำท่าอั้มอึ้ง.......เหมือนจะไม่ให้อยากโทร แต่จะให้ทำยังขนาดตัวเองยังแก้ปัญหาไม่ได้เลย

เราเลยตัดสินใจโทรหาพี่กบ อย่างด่วน ไอ้ผู้ชายก็บอกว่ามันเป็นคนเกาหีใต้ มาทำร้ายมันทำไม น้องสาวคุณชวนผมมาจากไนท์คลับ  เราพยายามถามมันว่ามันมายังไง มากับรถน้องสาวเราหรือ มันไม่ตอบ....มาจากคลับไหน?ชื่อของคลับละ มันก็ไม่ยอมบอกจนพี่กบมา

พี่กบถามมันว่ามึงจะทำไมกับบ้านแฟนกู ทันทีที่ลงรถมอเตอร์ไซค์มา  มันก็บอกว่าพี่กบดูแลซ่องนี้เหรอ? เวรตะไลนี้

มันหาว่าบ้านกูเป็นซ่อง อะไรวะอีน้องสาวกูไปทำอะไรกับมันมาวะ และระหว่างที่เราพยายามกันแม่ออกไปเพราะแม่ดูจะวุ่นวายมากๆ มันก้ถามพี่กบอีกว่า คุณรู้จักไหม วันไนท์สแตน ..ย้ำๆๆๆๆๆเป็นสิบรอบ ทุกคนคงเอาออกนะ ทั้งเรื่องเครดิตการ์ด เรื่องอะไรอีก สงสัยน้องสาวเราจะไปทำอะไรอย่างนั้นมาแน่นอน...แล้วเหมือนหลอกมาบ้าน

คุณคิดว่าเราอายไหม?ที่มาเล่า....อายสิ แต่มันคือเรื่องจริงที่ฉันต้องมาเก็บไว้ในใจอีกหรือ....... 

พอพี่กบบอกว่าจะโทรศัพท์เรียกตำรวจนะ มันบอกว่าพวกแกอยากมีปัญกาหรือ กูเป็นเกาหลีใต้ กูไม่ผิด กูจะเอาพวกมึงเข้าคุก ให้หมดที่มาหลอกกู

เราบอกเราอยากมีปัญหาจะทำไม เราไม่ได้ปกป้องน้องตัวเองนะแต่เราอยกทำให้มันถูกต้อง.........และถ้าน้องสาวฉันผิดมันจะได้รับผิดไปเลย

แล้วมันอึ้งๆเหมือนไม่อยากเชื่อแล้วก็ถามว่าน้องเราบ้าหรือเปล่า เราบอกว่าบ้า และบ้ามากๆด้วยนะแล้วมึงจะมากับมันทำไมวะ ....มันก็ไม่ตอบเหมือนจะอายเราที่เป็นผู้หญิงถามมัน.....พอตำรวจมา ไอเกาหลีใต้ก็พยายามเอาเงินให้ตำรวจ แต่ตำรวจไม่รับบอกว่าไม่เอา แล้วแม่ก็ว่าเราอีกแล้วเรียกตำรวจมาทำไมกูผิดหรือไงวะ ...... ก็ตำรวจมีไว้ดูแลประชาชน..นะ แม่งแม่จะอายอีกแล้วหรือไง ,ขนาดคนทำยังไม่อายเลย เราจะอายทำไม

มันเดินมาบอกว่าเรียกมันลงาทำไม เราไม่ได้แจ้ง ไม่รู้จักไอเกาหลีนั้น จัดการกันเองนะ แล้วแม่ก็บอกกับมันว่า อ่าวน้อง เขาว่าน้องพาเขามาและน้องก็ตบตีเขา น้องก็บอกไปตรงๆซิ มันพูดกับแม่ว่า เรื่องของกูมึงอย่าเสือกได้ไหม?กูจะไปนอนเหนื่อยรำคาญ เราก็ไล่ตามขึ้นไปด่ามันก็รีบปิดประตูแล้วก้โวยวายว่าปจัดการกันเองซิ

แล้วมันก้เปิดเพลงดังลั่นห้อง เราก็ไม่รู้จะทำยังไงคุณตำรวจหาว่าแจ้งความเท็จหรือ เราบอกว่าเปล่านะ เราก็เล่าเรื่องที่พอๆจับใจความได้บ้างให้ตำรวจฟัง ตำรวจพอไล่ๆ มันก็บอกว่าจะไปแล้ว มันทำเป็นเดินออกไปแล้วคุณตำรวจก้ออกรถตามไปดู หลังจากกำลังคุยกันซักพัก 

มันก็โผ่ลมาอีกแล้วพยายามจะเข้าบ้านเราอีกจะเข้าไปหาน้องเรา

เราไม่ได้อยากปกป้องน้องเราเราห่วงบ้าน ห่วงแม่ ห่วงหมา เลยพยายามบอกให้มันกลับมันก้บอกว่าน้องคุณมีปัญหาหรืเปล่า?เราบอกแน่นอนมันมีปัญหา แต่เราทำอะไรมันไม่ได้อย่างที่มันเห็นนั้นแหละ

แล้วมันถามอีกว่ามันจะมาอีกในวันพรุ่งนี้ได้ไหม? เราบอกว่าไม่ ก็คือไม่

มันถามอีกว่าเรากลัวมันหรือ เราบอกว่าใช่แล้วแกทำให้เรากลัวมากๆ และมันก็ไม่มีสิทธิ์จะมาที่บ้าน เราบอก ว่า

โนๆๆๆๆ และยู มัส แอน เนเวิร์ลคัมแบบ อะเกน

ไอ เซ โน อีส มีน โน

แล้วมันก็ไป........................จริงๆ เรากับพี่กบขับรถตมไปดู ว่ามันพักที่ไหน มายังไง เราขับไปหยุดที่แถว ชุมแพหมูกระทะ

มันเดินเข้าสลัมที่มีหอพักแปลกๆ อย่างหน้าตาเฉย แล้วพี่กบก็เดินตามเข้าไปแบบว่าเนียนๆแต่ เจอยามดักว่ามาทำไม จะทำไม แล้วด้านบนมีผู้หญิงแต่ตัวโป้ๆอยู่ พี่กบบอกว่าเพื่อนเข้าไปในนั้นที่เป็นเกาหลี มันบอกว่าฝากของที่มันก็ได้ พี่กบเลยบอกว่าไว้รอเจอมันจะเอาให้เอง แล้วออกมา

พี่กบบอกว่าเราควรบอกพ่อ เราเลยคิดอยู่แป๊ป แต่ก็โทรเล่าให้พ่อฟัง พ่อเลยบอกว่าจะกลับมาบ้าน

โยบึ่งรถมาจากปายตอน -- 6โมงเช้ามาถึง10โมงเพื่อมาดูแม่ แล้วก็กลับไปปายอีกรอบ เพื่อจ่ายเงินคนงาน

จากนั้นก็จะกลับมาอีกในตอนเย็นเพื่อมาดูบ้านแทนเราตอนนี้เราไปทำงาน

แม่ก็บอกว่่า พ่อจะมาทำไมวุ่นวาย เรา เอ๋อ แดกอย่างแรง และยังมาบ่นใส่เราว่าห้ามไปพูดให้ใครฟังอายเขาเกาหลีนั้นมาจับตัวเอินก่อนนะ ไม่แปลกที่เอินจะตบ 

เราไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเกาหลีคนนั้นผิด เพราะเขาเมาแต่สามารถตอบคำถามได้หมด ใครกันแน่ที่ผิดนะ

แถม น้องสาวเราต่างหากมันทำอะไรมาทำให้คนเกาหลีที่เจอมันครั้งแรกเข้าใจผิดอย่างแรง

และระหว่างที่รอพี่กบ ยายก้มาบ่นว่าเราไม่ช่วยงานบ้าน ไม่ดุแลบ้าน ไม่ช่วยแม่ เราทนเขาบ่น และพี่กบกัลบมาจากการอาบนำ้ที่บ้าน เราก็เดินออกไป

แบบไม่สนใจอะไรแล้ว แต่ก่อนอออกมาเราเอาแผ่นสูจิบัตรให้แม่ดูว่าเราจัดงานนี้ แม่มาดุได้นะหมดวันที่  _3 เดือนหน้า แม่บอกเราว่า สีสวยดี แล้วก็ทำเป็นนอนหลับคาโต๊ะ

 

...................................................................

 

ขออภัยที่รบกวนคนที่ไม่เชื่อว่าเรื่องจริง แต่มันเป็นเรื่องจริงในชีวิต

สาบานๆๆ ขอระบายเท่านั้นเราอยากเข้าสวนปรุงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยตอนนี้

เราจะบ้าอยู่แล้ว เราเครียตๆๆๆจัดๆเลย เบลอ ไม่ได้นอน ไม่ได้ยิ้มและหัวเราะอีกแน่นอน 

เราผิดเสมอในสายตาแม่หรือไง แฟนเรามาช่วยเพราะเป็นห่วงแต่หาว่าเสือก....แม่อายชาวบ้าน และคิดว่าน้องถูกเสมอ

เราทำอะไรที่มันไร้สติอย่างนั้นหรือ 

ภาษาแบบว่าแปลแล้วเราไม่เก่งอังกฤษพูดไม่เก่งแต่ฟังออก ใครไม่เข้าใจก็ขอโทษ

ใครว่าพ่อแม่รังแก ในชีวิตฉันไม่มีจริง นี้แหละเรื่องจริงของเรา

 

เราคิดว่าถ้ามันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแล้ว มันต้องเกิดขึ้นอีกแน่นอน

เพราะเราเป็นลูก เราต้องกตัญญู ............................และทำดีต่อไป

และฉันทำแบบนี้มันผิดจริงๆหรือ 

 

 

edit @ 31 Oct 2009 21:07:29 by Chocola Studio love to eat ....อาหารคือความสุขที่ซื้อได้......

ฟังดูเหมือนเรื่องตลก ว่าพ่อ แม่ เรา ตื่นตูมกันไปเองอย่างช่วยไม่ได้ หลังจากแม่บินไปฮ่องกง และในวันเดียวกันนั้นกัลบเจอน้องน้องสาวดทรมา บอกว่าไปจองโรงแรมนอนอีกโรงแรม ชาตืรมือถือแล้วจะมาหา

ดูเหมือนเรื่องมันจะจบแต่มันไม่จบนี้ซิ หลังจากเจอกัน เรามานั่งสงสัยว่าหายได้อย่างไร

เพื่อนมันมีหนังสือท่องเที่ยวไม่ง้อทัวร์ แล้วมันเอาหนังสือเพื่อนไปอ่านจากนั้นเข้าห้องน้ำ แล้วก็เอาหนังสือไปเดินคนเดียวโดยปล่อยเพื่อนยืนรอทั้งวันจนเพือนตกใจแล้วโทรหาทางบ้าน

สรุปปัญหาในขั้นต้นได้ดังนี้

หลังจากแม่เจอน้องที่ฮ่องกงแล้ว มันเหมือนจะจบง่ายๆ แต่ไม่ง่ายเลยน้องสาวกลับโกรธแม่บ่นว่าตามมาทำไม

พอด่าแม่เป็นทีเรียบร้อยแล้ว  คุณเธอก็ทำเป็นคนดีปลอดแม่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเพื่อนที่ของน้องสาวก็รับอาศาพาไปเที่ยว

ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาใช่ไหม ?แต่ไม่เลย

แม่โทรมาเล่าให้ฟังว่า น้องสาวเดินเที่ยวแบบไสนใจใครเลย ว่าจะรอหรืออยากจะไปดูอะไรทุกๆคนต้องตามใจเธอ และเธอสนใจอะไรเธอจะทิ้งทุกอย่างแล้ว ปล่อยให้แม่กับเพื่อนตัวเอง ยืนตามไล่เก็บของที่หล่อนเดินช๊อปปิ้ง

และไม่พอพอเห็ยฝรั่งก็จะรีบเข้าไปหาเข้าไปคุย แม่ก็เอ๋อ งง แตกมันเป็นอะไรของมันไม่รู้ และมันยังเรียนหนังสือต้องลงทะเบียนวันที่ 26 แม่ถามว่าเราจะรีบกลีบไปลงทะเบียนก่อนไหม?แบบคนปกติ

เธอโกรธขึ้นมาทันที ด่าทออย่าเสียหายๆต่อหน้าเพื่อนตัวเอง ว่าแม่โง่ แม่เลว แม่ไม่ให่อิสระมัน แม่......จนไม่สามารถบรรยายได้

เราได้แต่ฟังแม่พูดให้ฟังทางโทรศัพท์ทั้งน้ำตา ว่าแม่ทำผิดอะไร เราก็ตอบไม่ได้แต่เราก็ได้แค่เล่าเรื่องที่บ้านให้แม่ฟังว่าไม่มีอะไร และ ข่าวลือเรื่องน้องสาวเพื่อนๆที่เชียงใหม่รู้เรื่องกันหมดแล้ว จากปากเพื่อนมันอีกทีที่ลือกันหนาหู

แต่ปรากฏว่าแม่ด่าเรา หาว่าเราเอาเรื่องน้องไปเล่าให้เพื่อนมันฟัง เราไม่ได้เล่าเลยนะ มีเพื่อนน้องคนหนึ่งมาบอกเรา แล้วเราเล่าแม่ฟัง

กลายเป็นว่าแม่ด่าเราเพราะคิดว่าเราเอาเรื่องในบ้านไปเล่าให้ชาวบ้านฟัง

เราเซ็ง....แล้วก้ไม่พูดอะไรอีก

หลังจากนั้นอีก2-3วันแม่ก็โทรมาแต่ไมพูดกับเราพูดแต่กับคนงาน.....และบอกแค่ว่ามันทำเรื่องอีกแล้วเลวร้ายจนแม่เป็นลม แต่แกก็ไม่เล่าอะไรคนงานก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น

และอีกวันต่อมาเพื่อนน้องสาวคนนั้นก็มาบอกว่าเรื่องมันมีอยู่ว่า อีน้องสาวโกรธแม่ที่แม่ชวนกลับบ้าน ประชดแม่โดยการเอาพาสปอรต์และกระเป๋าเงินทิ้ง.......เราอึ้งแล้วก็

ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว แค่บอกว่ามันบ้าหรือเปล่าเรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาทำในต่างแดนนะ

แต่ก็นะเพราะแม่รักน้องมากด่าไม่ได้บ่นไม่ได้เพราะมันจะทำตัวเเบบนี้ตลอด วันนี้เมื่อชเพ่อต้องบินไปฮ่องกง

เพื่อไปช่วยแม่ เราก็ไม่รู้จะเล่าอะไรแล้ว มันเป็นเรื่องที่น่าอายมากมาย แต่ก็อีกเพราะเรามันไม่ใช่คนที่จะเก็บความอึดอัดแบบนี้ได้ตลอดไป ขอมาระบายหน่อยเถอะ เรื่องนี้คงได้แต่พูดว่า แล้วแต่บุญแต่กรรมเถอะ 

ต่อให้เราทำดีขนาดไหน แม่ก็ด่าเราว่าเราเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนมันฟัง แต่จริงๆแล้วเพื่อนมันที่ไปเที่ยวฮ่องกง น่าจะเอาเรื่องนี้ไปเล่ามากกว่า

เบื่อมากและคนงานก็หาว่าเราไม่เฝ้าบ้าน.............ไม่ดูแลบ้านโทรไปฟ้องแม่

แล้วจะให้เราไม่ต้องทำงานทำการอะไรเลยใช่ไหม? แล้วเราจะต้องอยู่บ้านตลอดเวลางั้นหรือ

ถ้าเราทำงานประจำหรืออยู่ต่างจังหวัด เรานี้คงเลวมากๆ เราจัดงานตั้งแต่วันที่ 23-30 ตุลาคม คืองานเจลลี่นั้นเอง

แต่ต้องอยู่บ้านไปไหนไม่ได้เพราะไม่มีใครอยู่บ้านห้ามทำงาน อันนี้มัน....ถูกต้องไหมเงินก็ไม่ให้เราไม่มีเงินกิน

ไม่มีเงินใช้ ต้องดูแลหมา4-5ตัวที่บ้าน ไปต้องรับแขกที่มาจากต่างจังหวัดไม่ได้เพราะเธอต้องดูแลบ้าน

ตกลงที่ขาด่าไล่เราไปหางานประจำทำทำไม ในเมื่อเราทำงานแล้วยังมาด่าห้ามไปทำงาน

ต้องดูแลบ้านเหมือนแม่บ้านเวลาเขาไม่อยู่

ใครเอาเรื่องในบ้านไปลือก็หาว่าเราเป็นคนเล่า หาว่าเราใช้เงินเปลืองทั้งๆที่ไม่ให้เงินเลย

หาว่าเราไม่แต่งตัวให้ดีๆเวลาไปทำงานก็เราไม่มีเงินนิ

หาว่าเราไม่มีเพื่อนก็เรียนจบแล้วจะต้องมีเพือ่นมาหาทุกวันหรือ

หาว่าเราไม่ทำงานแต่เธอต้องอบู่บ้านตลอดออกไปไหนไม่ได้

ตกลงเรามันโครตเลวเลยใช่ไหม?

edit @ 26 Oct 2009 11:56:24 by Chocola Studio love to eat ....อาหารคือความสุขที่ซื้อได้......

เรื่องมันมีอยู่ว่า

น้องสาวเราเป็นลูกคนสุดท้องที่พ่อแม่รักมากๆ ตามใจทุกอย่าง....แม้แต่ไม่ไปเรียนหนังสือก็ได้

ด้วยที่เเป็นลุกคนเล็กย่อมเป็นที่โอ๋ของทุกๆคน แต่นิสัยเธอไม่น่ารักเอาเสียเลยกลับเป็นนางร้ายได้เสียนี้

เธอทำทุกอย่างที่เรียกว่าเลว....

1.ด่าพ่อ ด่าแม่

2.เที่ยวหัวราน้ำ

3.เปลี่ยนผู้ชายเป็นว่าเล่น

4.ไม่มีความจริงใจในชีวิต สามารถด่าลับหลังเพื่อนได้ตลอดเวลาทั้งๆที่ไม่มีความจริง

5.เป็นคนสวยที่ทุกคนชื่นชอบ

6.ใช้เงินเก่งซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆทุกๆวันและราคาตัวละหลายๆพันและเครื่องสำอางราคาเหยียบหมื่น

7.บ้าเพื่อนติดเพื่อนยิ่งกว่าตังเม

8.กินอาหารบ้านๆไม่ได้ต้องกินในห้างเท่านั้น

สรุปง่ายๆเลยเธออยากเป็นแบบปปารีส ฮิวตั้นนั้นเอง

เมื่อ  อาทิตย์ก่อนเธอได้สั่งให้แม่และพ่อเอาเงินให้เธอไปเที่ยวเล่นที่ กรุงเทพ และเธอจะไปฮ่องกงต่อ

เพื่อจะได้อวดเพื่อนๆว่าปิดเทอมเธอได้ไปเมืองนอกมา และพ่อกับแม่ก็จำใจเอาเงินให้ทั้งๆที่ไม่อยากจะให้

แต่ความรักลูกเรียกว่าเลี้ยงลูกด้วยเงินจะว่าได้....เพราะกลัวลูกตัวเองตะวาดใส่เพราะไม่ให้เงิน

บ้านเราค่อนข้างที่จะมีฐานะแต่ไม่ได้ร่ำรวยมาก แค่มีเงินหมุนเป็นเดือนๆไป แต่น้องสาวเธอก็ฟุ้งเพ้อ

คิดว่าตัวเองเป็นแบบปารัส ไล่ซื้อของซื้อเพื่อน เลยไม่แปลกที่จะมีหนุ่มๆแสวๆตามเป็นขบวน

     หลังจากเธอเดินทางไปกรุงเทพแล้วเธอก็คนเดียว พอแม่ถามว่า ไปยังไง กับใคร พักที่ไหน

แทนที่เธอจะตอบคำถามง่ายๆที่คนเขาถามตามปรกติ เธอกลับตอบว่า "แม่ยุ่งอะไรด้วยเอิร์ลโตแล้ว เอิร์ล 20 ปี

แล้ว ดตแล้ว เพื่อนเขาก็มีระ แม่จะมายุ่งอะไรกับชีวิตเอิร์ล " หลังจากนั้นเธอก็บินไปกรุงเทพพร้อมกับเงินที่ไถ่เอา

จากแม่และพ่อไปจำนวน หนึ่งที่คิดว่าเยอะมากๆ หลังจากอยู่กรุงเทพได้ซัก 4-5 วัน เธอก็โทรมาบอกแม่ว่าจะไป

ฮ่องกง หลังจากนั้นแม่ก็กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะน้องสาวคนนี้จะไปเองคนเดียว ดีที่เพื่อนคนหนึ่งรีบมาช่วย

ดักเธอไว้ก่อนที่เธอจะไปคนเดียว โดยเพื่อนคนนั้นอาสาจะไปด้วย........แต่หลังจากนั้น

   เมื่อวานก็คือ วันที่ 20 ตุลาคม 2552 ทั้ง 2 เดินทางไปฮ่องกง แล้ว แต่ได้พลัดลงกันที่สถานีรถ อะไรเราไม่

ทราบ เพราะแม่ไม่เล่าให้เราฟัง เราได้แต่จับใจความที่แกคุยกับพ่ออยู่ห่างๆ เราเป็นลูกแก แท้ๆแกแทบไม่สนใจใย ดีเราเลยทำเหมือนเราเป็นคนนอก.....แล้วมารู้เลยทีหลังว่า

"น้องหายช่วยแม่เก็บกระเป๋าหน่อย ....... ไปกับเพื่อนแล้วหลงกันยังหาตัวไม่เจอเลย แม่ต้องไปตามหาน้องที่ฮ่องกง"

เราก็ไม่ได้รุ้สึกอะไรเลยกับเรื่องที่เกิดขึ้น โกรธมากๆ ว่า มึงก่อเรื่อง อีกแล้วครั้งที่ เท่าไหร่ไม่รุ้ แต่เราไม่มีอาการอะไรเลยไม่ตกใจ ไม่เสียใจ ไม่แม้แต่เป้นห่งเลย มีแต่หงุดหงิด

โกรธ โมโห เครียด มากๆ สงสารแต่แม่กับพ่อ แต่พูดอะไรไม่ได้ เพราะพ่อกับแม่ เอาเงิน ต่อแขน ต่อขาให้มันไปเอง ทั้งๆที่ตัวเองไม่อยากให้มันไป

เราโกรธ แต่ก็ได้แค่ยื่นหนังสือท่องเที่ยวฮ่องกงที่แอบซื้อมาไว้อ่านเผื่อเราเก็บเงินไปเองได้ แต่น้องสาวเราไม่

ต้อง อยากจะไปก็แค่กรี้ดๆๆๆๆๆๆ อย่างเดียวก็ได้ทั้งเงิน ทั้ง ตั๋ว และเงินช๊อปปิ้ง

แต่สุดท้ายน้องสาวเราก็หายตัวไปแล้ว แม่ต้องบินไปฮ่องกงเพื่อตามหาน้องสาวเรา เราแอบนึกในใจว่า

ที่เราไม่ได้คิดถึงมันแม้แต่นิดเดียว กลับคิดว่าให้มันหายๆไปเถอะคนอย่างมัน จะผิดไหม?แต่ก้ได้แค่คิดบาปในใจ

ทำอะไรไม่ได้เพราะมันก็คลานตามกันมา ก็ได้แค่บอกแม่ว่าเดี๋ยวก็เจอ

เพราะไหนบอกว่าน้องมันเก่งภาษาทั้งๆที่ไปเรียนมั่งไม่เรียนมั่ง..ก็ไม่น่าจะหลงเพราะฮ่องกงเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ น่าจะง่ายหน่อย

ก่อนแม่จะขึ้นเครื่องแม่ไม่ได้โทรมาหาเราเลย โทรหาคนงานและบอกว่าดูแลหมาของน้องสาวดีๆนะ

เราก็ได้แต่เศร้าใจ และไม่มีคำบรรยายใดๆเลย...ออกมาจากปากแล้ว

เพราะฉันเป้นลูกคนกลางที่ไม่น่าใส่ใจอยู่แล้ว  เพราะทั้งน้องสาว และพี่ชายเรา มันเป้นคนที่ขัดความก้าวหน้าเราตลอด

อาจจะดูแล้วเห็นแก่ตัว แต่เรื่องมันมีแย่ๆมากกว่านี้ที่เราไม่ได้บรรยายให้อ่านได้หรอก

เราอิจฉามันที่แม่รักมันมากกว่าเรา แต่อย่างน้อยเราก็ไม่เคยทำให้แม่เสียใจเท่ามันละกัน

เพราะน้องเรามันก็มีไว้รกโลกจริงๆ

เราแค่อยากระบายความอึดอัดอออกมา ถ้าใครไม่ชอบก็อย่าเม้นเลยละกัน

เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องจริงเราขอสาบาน

จะจัดงานเจลลี่อยู่แล้วทำไมต้องมีปัญาหาจากเรื่องอย่างนี้ด้วย

edit @ 21 Oct 2009 11:52:03 by Chocola Studio love to eat ....อาหารคือความสุขที่ซื้อได้......

ไปช่วยพี่กบ ทำงานเจลลี่ทั้งร้อนและเหนื่อย ไม่บรรยายมากเอารูปมาให้ดูเลย

เอ้อ ไปช่วยในส่วนของงาน street art ไปขึงผ้าใบให้ศิลปินมาพ่นสี

การทำงานเบื้องหลังที่หนื่อยอย่างหนักหน่วง มาชมกันได้เลยแต่อยากดูเยอะๆ ไปดูได้ที่

www.paper-mag.com

ขึงผ้าใบแรงงานพม่า พี่กบและน้องบาส ตัวดำเลยเราช่วยดึงๆเพราะพี่กบกลัวเราดำเลยไล่ขึ้นไปตากแอร์

ด้านบน

รูปนี้น้องปิ้งมายืนเทียบขนาดจ้า ใหญ่ดีไหม?

อันนี้รูปของเปเป้อคะ ส่งมาในโฮะ ลองมาแวะๆดูนะ

และเมื่อคืนวานตะขาบบุกบ้านตัวโตมากเลยถ่ายรูปก่อนที่ฆ่ามัน เพราะถ้าไม่ฆ่ามันก่อน

หมาและคนที่บ้านคนตายแน่นอนดูดีๆนะเกือบเท่ากระเบื้อง1แผ่น